ดูหน้าครั้งสุดท้าย…ก่อนบายเธอ

ย้อนรำลึก “ข้าราชการการเมือง” ในยุคประยุทธ์ 2

ระหว่างที่ทุกคนกำลังถกเถียงคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร พรรคไหนจะได้ที่นั่งกระทรวงใดไปครอบครอง WeVis ขอคั่นเวลาด้วยการพาทุกคนไปรำลึกอดีตอันแสน…(เติมเอาเอง) ผ่านการสำรวจข้อมูลข้าราชการการเมืองในยุคประยุทธ์ 2 ที่ผ่านมา และจับตาดูคณะทำงานชุดใหม่กัน

“ข้าราชการการเมือง” ที่เราพูดถึงนั้นประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเหล่าผู้ร่วมทำงานกับสมาชิก ครม. ซึ่งมีความสัมพันธ์กับประชาชนคนไทย ทั้งในเชิงที่มาของตำแหน่ง เนื้องาน และรายได้

  • ที่มาของตำแหน่ง : ครม. และผู้ร่วมทำงานกับสมาชิก ครม. จะถูกคัดเลือกและแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ มาจากการโหวตร่วมกันของ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง และ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง
  • เนื้องาน : บุคคลเหล่านี้มีหน้าที่ในงานบริหารราชการแผ่นดินตามอำนาจในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทุกคน
  • รายได้ : รายได้ประจำตำแหน่ง และรายได้สำหรับการบริหารงานในกระทรวงต่าง ๆ ที่สมาชิก ครม. เป็นผู้รับผิดชอบล้วนมาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม

“ข้าราชการการเมือง” ที่ถูกแต่งตั้งในรัฐบาลประยุทธ์ 2

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีบุคคลที่วนเวียนเข้า-โยกย้าย-ออกอยู่ในสำนักนายกฯ และกระทรวงต่างๆ รวมแล้ว 201 คน ประกอบไปด้วยตำแหน่ง และรายได้ต่อเดือน (เงินเดือน + เงินประจำตำแหน่ง) ดังต่อไปนี้ 

  • นายกรัฐมนตรี 125,590 บาท/เดือน
  • รองนายกรัฐมนตรี 119,920 บาท/เดือน
  • รัฐมนตรี 115,740 บาท/เดือน
  • รัฐมนตรีช่วย 113,560 บาท/เดือน
  • ผู้ทำงานกับคนใน ครม. ได้แก่
    • เลขาธิการนายกรัฐมนตรี 81,700 บาท/เดือน
    • รองเลขาฯ ฝ่ายการเมือง 70,620 บาท/เดือน
    • ที่ปรึกษานายกฯ 72,660 บาท/เดือน
    • ที่ปรึกษารองนายกฯ และรัฐมนตรี 57,250 บาท/เดือน
    • โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 57,250 บาท/เดือน
    • รองโฆษก 49,210 บาท/เดือน
    • ข้าราชการประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 28,260 บาท/เดือน
    • เลขานุการรัฐมนตรี 49,210 บาท/เดือน
    • ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี 44,110 บาท/เดือน

“คนหน้าใหม่” ที่ถูกแต่งตั้งในรัฐบาลประยุทธ์ 2

ในบรรดา 201 คนที่ถูกแต่งตั้งในรัฐบาลประยุทธ์ 2 มี 62 คน (31%) ที่ยังไม่เคยมีบทบาทในวงการการเมืองแน่ชัดมาก่อนรับตำแหน่ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษา และเลขารัฐมนตรี มีรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยเพียงตำแหน่งละ 1 คนเท่านั้น ที่เป็นคนหน้าใหม่ในวงการการเมือง คือ  สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ (รมต. กระทรวงพลังงาน) ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของพีทีที โกลบอล เคมิคอล

และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (รมช. กระทรวงแรงงาน) ซึ่งเคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน

“โควต้าพรรคร่วมรัฐบาล” ในรัฐบาลประยุทธ์ 2

เป็นที่รู้กันในแวดวงการเมืองว่าพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากในการเลือกตั้ง ก็จะมีโอกาสได้ตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีมากตามไปด้วย จากผลการเลือกตั้งปี 2562 ที่พรรคพลังประชารัฐได้คะแนนสูงที่สุดในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล จึงได้ครอบครองตำแหน่งรัฐมนตรีไปถึง 9 กระทรวง (นับรวมกระทรวงที่เคยได้ตำแหน่ง แต่ปัจจุบันเป็นของพรรคอื่น) รองลงมาคือประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยที่ได้ตำแหน่งไป 3 กระทรวงเท่ากัน สอดคล้องกับผลเลือกตั้งที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีช่วย และผู้ร่วมงานอาจจะมาจากพรรคเดียวกันกับรัฐมนตรี หรือมาจากต่างพรรคก็ได้

กระทรวงที่ประกอบด้วยคนจากพรรคเดียวกันหรือไม่สังกัดพรรค ได้แก่

  • คลัง (พลังประชารัฐ)
  • ดิจิตัล (พลังประชารัฐ)
  • อุตสาหกรรม (พลังประชารัฐ)
  • วัฒนธรรม (พลังประชารัฐ)
  • แรงงาน (พลังประชารัฐ)
  • ยุติธรรม (พลังประชารัฐ)
  • พาณิชย์ (ประชาธิปัติย์)
  • ความมั่นคง (ประชาธิปัติย์)
  • ท่องเที่ยว (ภูมิใจไทย)
  • ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ชาติไทยพัฒนา)
  • อุดมศึกษา (รวมพลังประชาชาติไทย)

กระทรวงที่ประกอบด้วยคนจากหลายพรรค รวมถึงคนที่ไม่สังกัดพรรค ได้แก่

  • สาธารณะสุข (ภูมิใจไทย + ประชาธิปัตย์)
  • พลังงาน (พลังประชารัฐ + ประชาธิปัตย์)
  • มหาดไทย (ประชาธิปัตย์ + ภูมิใจไทย)
  • ศึกษาธิการ (พลังประชารัฐ + ประชาธิปัตย์ + ภูมิใจไทย)
  • คมนาคม (ภูมิใจไทย + พลังประชารัฐ + ประชาธิปัตย์)
  • เกษตร (ประชาธิปัตย์ + ชาติไทยพัฒนา + ภูมิใจไทย + พลังประชารัฐ)

“ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ” ของข้าราชการการเมืองในรัฐบาลประยุทธ์ 2

คนที่อยู่ในตำแหน่งเหล่านี้ นอกเหนือจากความสัมพันธ์ในเชิงพรรคการเมืองแล้ว

ยังปรากฏความสัมพันธ์พิเศษที่อาจสะท้อนถึง “ระบบอุปถัมภ์” เอื้อผลประโยชน์กันเองในหมู่พวกพ้อง ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มการเมือง หรือเครือญาติของคนในวงการการเมือง ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. โดยมีข้าราชการการเมืองทั้งหมด 31 คน (15%) ที่มีความสัมพันธ์ประเภทใดประเภทหนึ่งกับคนในรัฐบาล เรียงจากมากไปน้อย ดังต่อไปนี้

  1. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (รองนายกฯ)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
    • 6 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  2. อุตตม สาวนายน (อดีต รมต. คลัง)
    • 4 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  3. สุวิทย์ เมษินทรีย์ (อดีต รมต. อุดมศึกษา)
    • 4 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  4. สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ (อดีต รมต. พลังงาน)
    • 4 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  5. กอบศักดิ์ ภูตระกูล (อดีตรองเลขาฯ ของสมคิด)
    • 4 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  6. ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกฯ)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  7. อธิรัฐ รัตนเศรษฐ (รมช. คมนาคม)
    • 3 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  8. ตติรัฐ รัตนเศรษฐ (เลขาฯ ของอธิรัฐ)
    • 3 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  9. เสกสกล อัตถาวงศ์ (ที่ปรึกษานายกฯ)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  10. ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รองนายกฯ)
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  11. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (อดีต รมต. ดิจิตัล)
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  12. อนุพงษ์ เผ่าจินดา (รมต. มหาดไทย)
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  13. สมศักดิ์ เทพสุทิน (รมต. ยุติธรรม)
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  14. ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ (อดีต รมต. ศึกษาธิการ)
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  15. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (รมต. อุตสาหกรรม)
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  16. ธรรมนัส พรหมเผ่า (อดีต รมช. เกษตร)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
    • 1 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  17. ถาวร เสนเนียม (อดีต รมช. คมนาคม)
    • 2 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  18. วิวัฒน์ นิติกาญจนา (อดีตที่ปรึกษา รมต. ยุติธรรม)
    • 2 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  19. ธนวัชร นิติกาญจนา (ที่ปรึกษา รมต. ยุติธรรม)
    • 2 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  20. วิษณุ เครืองาม (รองนายกฯ)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  21. อนุชา นาคาศัย (รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  22. พิพัฒน์ รัชกิจประการ (รมต. ท่องเที่ยว)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  23. ศักดิ์สยาม ชิดชอบ (รมต. คมนาคม)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  24. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ (รมช. เกษตร)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  25. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (อดีตรมช. แรงงาน)
    • 1 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  26. อนุรุทธิ์ นาคาศัย (เลขาฯ รมต. พลังงาน)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  27. ภูผา ลิกค์ (ผู้ช่วยเลขาฯ ของธรรมนัส)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  28. จุรีพร สินธุไพร (อดีตประจำสำนักเลขาฯ)
    • 1 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง
  29. ธนพร ศรีวิราช (ประจำสำนักเลขาฯ)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  30. ชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ (ที่ปรึกษาของอนุชา)
    • 1 ความสัมพันธ์กับเครือญาติ
  31. อานนท์ แสนน่าน (ประจำสำนักเลขาฯ)
    • 1 ความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง

“เครือญาติและกลุ่มการเมือง” ในรัฐบาลประยุทธ์ 2

โดยสรุป รัฐบาลนี้มีกลุ่มความสัมพันธ์ทางเครือญาติทั้งหมด 12 ครอบครัว ได้แก่

  • จันทร์โอชา
  • จาตุศรีพิทักษ์
  • เครืองาม
  • รัชกิจประการ
  • ชิดชอบ
  • ไทยเศรษฐ์
  • รัตนเศรษฐ
  • นาคาศัย
  • นิติกาญจนา
  • ลิกค์
  • อัตถาวงศ์
  • พรหมเผ่า (ภรรยาใช้คนละนามสกุลกับธรรมนัส)

และกลุ่มการเมือง 6 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่ม 3 ป.
  • กลุ่ม กปปส.
  • กลุ่มสมคิด & 4 กุมาร
  • กลุ่มสามมิตร
  • ก๊วนธรรมนัส
  • อดีตแกนนำเสื้อแดง

น่าจับตาดูกันต่อไปว่ารัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะมีรูปแบบความสัมพันธ์ที่เหมือนหรือแตกต่างจากนี้หรือไม่


ดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลได้ที่ https://docs.google.com/spreadsheets/d/13pLMMNgFKJOjiFI4ALzLZLLV9__UCMKxj1pPCLn0KLA/edit#gid=1534607530

ที่มาข้อมูล