เปรียบเทียบ 3 ปัจจัย: สังกัดพรรค ฐานเสียงเดิม และบทบาทในสภา
หลังผลการเลือกตั้ง กทม. ที่ผ่านมา หลายคนอาจยังค้างคาว่า ส.ก. ทื่ได้กลับมานั่งในสภาต่อ เป็นเพราะกระแสพรรคการเมือง ฐานเสียงพื้นที่ที่แข็งแกร่ง หรือเป็นตัวตึงในสภา กทม.ฯ
WeVis ชวนหาคำตอบผ่าน 3 ปัจจัยที่มักถูกพูดถึงในการเลือกตั้ง ได้แก่ สังกัดพรรค ฐานเสียงเดิม และการทำงาน ว่าปัจจัยเหล่านี้สัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งมากน้อยแค่ไหน
การวัดผลงาน ส.ก. มีความซับซ้อน เพราะสิทธิในการสั่งการและใช้งบประมาณอยู่ที่ฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตาม ‘สภาเมือง’ คือเวทีหลักที่ ส.ก. ใช้ขับเคลื่อนนโยบาย บทวิเคราะห์ชิ้นนี้จึงเลือกใช้กลไกสภา เพื่อดูบทบาทในการใช้ช่องทางกฎหมายปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
อดีต ส.ก. ครองแชมป์มากน้อยแค่ไหน

จากอดีต ส.ก. 50 คนที่ชนะการเลือกตั้งในปี 2565 มีคนที่ลงสมัครซ้ำทั้งหมด 44 คน และใน 44 คนนี้ มี อดีต ส.ก. ที่ชนะการเลือกตั้งในปี 2569 ทั้งหมด 32 คน หรือคิดเป็น 73%
เมื่อดูสัดส่วนคะแนนที่อดีต ส.ก. ได้รับในปี 2569 เทียบกับปี 2565 พบว่า 33 คนที่มีสัดส่วนคะแนนเพิ่ม และ 11 คนที่มีสัดส่วนคะแนนลดลง
- คนที่มีสัดส่วนคะแนนเพิ่มมากที่สุด (+28%) คือ นริสสร แสงแก้ว เขตบางเขน โดยเพิ่มจากประมาณ 25% ในปี 2565 เป็น 53% ในปี 2569
- คนที่มีสัดส่วนคะแนนลดลงมากที่สุด (-13) คือ อนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ เขตวังทองหลาง โดยลดลงจากประมาณ 24% ในปี 2565 เป็น 11% ในปี 2569
สิ่งที่น่าสนใจคือคนที่มีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้น แต่กลับเสียแชมป์ และคนที่มีสัดส่วนคะแนนลดลง แต่ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ ซึ่งในกรณีคนเสียแชมป์ อาจมองได้ว่าคู่แข่งมีความแข็งแกร่งขึ้นมาก จนสามารถชิงเก้าอี้ไปได้แม้แชมป์เก่าจะมีสัดส่วนคะแนนเพิ่ม
- คนเสียแชมป์ที่มีสัดส่วนแคะแนนเพิ่มมากที่สุด (+8%) คือ ประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล เขตห้วยขวาง โดยเพิ่มจากประมาณ 27% ในปี 2565 เป็น 35% ในปี 2569
- คนรักษาแชมป์ที่มีสัดส่วนคะแนนลดลงมากที่สุด (-4%) คือ สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา เขตลาดกระบัง โดยลดลงจากประมาณ 47% ในปี 2565 เป็น 43% ในปี 2569
เมื่อดูความเปลี่ยนแปลงของคะแนนดิบประกอบ พบว่าส่วนใหญ่มีทิศทางสอดคล้องกัน กล่าวคือ คนที่มีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้น มักมีคะแนนดิบเพิ่มขึ้นด้วย แม้ว่าจำนวนคนออกมาใช้สิทธิ์ในปีนี้จะน้อยกว่าปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม มี 9 คนที่แม้สัดส่วนคะแนนจะเพิ่มขึ้น แต่คะแนนดิบกลับลดลง โดยคนที่คะแนนดิบลดลงมากที่สุดใน 9 คนนี้ คือ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร เขตจอมทอง ลงสมัครในสังกัดพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีคะแนนลดลง 5,769 คะแนน แต่ยังครองแชมป์ไว้ได้
จากการที่มี อดีต ส.ก. ได้ไปต่อเป็นส่วนมาก ทำให้เกิดบทสนทนาว่า เป็นเพียงเพราะความคุ้นเคยของคนในพื้นที่ (Home Bias) หรือมีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้อง อย่างสังกัดพรรค ฐานเสียงเดิม และการทำงาน ที่เราจะพาไปสำรวจแต่ละส่วนต่อไป
สังกัดพรรค

สังกัดพรรคที่ลงสมัคร สัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งหรือไม่

อดีต ส.ก. ที่ลงสมัครในสังกัดพรรคประชาชน ทั้ง 6 คน และ ทีมคนทำงาน ทั้ง 10 คน สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ทั้งหมด และทุกคนมีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2565
อดีต ส.ก. ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ 12 คน ส่วนใหญ่ (83%) มีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ แม้ว่าคะแนนจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
อดีต ส.ก. ในสังกัดพรรคเพื่อไทย 6 คน ส่วนใหญ่ (67%) มีสัดส่วนคะแนนลดลง และมีเพียงครึ่งหนึ่งที่สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ โดยมีข้อยกเว้นที่น่าสนใจคือ อดีต ส.ก. เขตทุ่งครุ (กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์) ซึ่งมีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้นเกือบมากที่สุดของอดีต ส.ก. ทั้งหมด สวนทางกับแนวโน้มของผู้สมัครพรรคเดียวกัน
การย้ายสังกัด สัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งหรือไม่

จากอดีต ส.ก. ที่ลงสมัครซ้ำ 44 คน มี 26 คน (59%) ย้ายสังกัด และ 18 คนลงสมัครในสังกัดเดิม โดยใน 26 คนที่ย้ายสังกัด มี 17 คนที่ครองแชมป์ไว้ได้
เมื่อพิจารณาตามสังกัดเดิมในปี 2565 พบว่า
- อดีต ส.ก. ที่ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย 13 คน ส่วนใหญ่ (85%) มีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้น และสามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ โดยคนที่มีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้นมากอย่างน่าสนใจ ได้แก่
- วิพุธ ศรีวะอุไร เขตบางรัก ซึ่งย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาอยู่ทีมคนทำงาน และมีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 45% (+26%)อนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ เขตวังทองหลาง ซึ่งย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และมีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 18% เป็น 39% (+21%)
- อานุภาพ ธารทอง เขตสาทร ซึ่งย้ายจากพรรคประชาชนมาลงแบบอิสระ และมีสัดส่วนคะแนนลดลงจาก 24% เป็น 11% (-13%)
ฐานเสียงเดิม

การเป็นแชมป์หลายสมัย สัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งหรือไม่

จากอดีต ส.ก. ที่ชนะในปี 2565 และลงสมัครซ้ำจำนวน 44 คน มี 15 คน ที่เคยได้แชมป์มาแล้วช่วงปี 2541–2557 (ไม่นับปี 2557-2565 ที่ ส.ก. มาจากการแต่งตั้ง)
ในทางหนึ่ง อาจมองได้ว่า ส.ก. ที่รักษาเก้าอี้ไว้ได้หลายสมัย ย่อมสะท้อนฐานเสียงที่เหนียวแน่น แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ผู้ที่ครองแชมป์มาแล้ว 3 สมัย หรือแม้กระทั่ง 5 สมัย (ไม่เคยแพ้เลยตลอด 5 วาระที่ผ่านมา) ก็ยังมีโอกาสเสียแชมป์ได้ โดยอดีต ส.ก. ทั้ง 3 คนที่พ่ายแพ้ในครั้งนี้ ล้วนแพ้ให้กับผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคประชาชน ได้แก่
- ศิริพงษ์ ลิมปิชัย เขตดุสิต เคยได้แชมป์ 4 สมัย ลงสมัครปี 2569 ในสังกัดพรรคเพื่อไทย
- อนงค์ เพชรทัต เขตดินแดง เคยได้แชมป์ 2 สมัย ลงสมัครปี 2569 ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ
- ไสว โชติกะสุภา เขตราษฎร์บูรณะ เคยได้แชมป์ 4 สมัย ลงสมัครปี 2569 ในสังกัดพรรคไทยสร้างไทย
การเป็นแชมป์หลายสมัย สัมพันธ์กับชัยชนะที่ขาดลอยกว่าหรือไม่

อีกสมมติฐานหนึ่งคือ การเป็นแชมป์มาก่อนมีโอกาสในการสะสมฐานเสียงที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า จึงเป็นไปได้ที่จะชนะด้วยส่วนต่างคะแนน (Margin of victory: MOV) ที่ขาดลอยกว่าผู้สมัครหน้าใหม่
ในการเลือกตั้งปี 2565 กลุ่มผู้สมัครที่เคยชนะการเลือกตั้งอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนปี 2557 (’แชมป์หลายสมัย’) มีค่ากลาง MOV ราว 11% สูงกว่ากลุ่มผู้ชนะสมัยแรก ซึ่งมีค่ากลาง MOV ราว 6%
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งปี 2569 ความแตกต่างดังกล่าวกลับลดลง โดยกลุ่มผู้ชนะปี 2569 เป็นสมัยที่สอง มีค่ากลาง MOV เพิ่มขึ้นเป็นราว 14% สูงกว่ากลุ่มแชมป์หลายสมัย ซึ่งยังคงมีค่ากลาง MOV อยู่ที่ราว 11%
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า กลุ่มผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2565 สามารถใช้เวลาเพียง 1 สมัยในการสร้างฐานเสียง จนมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในการเลือกตั้งรอบต่อมา ไม่ต่างจากผู้ที่ชนะมาแล้วหลายสมัยเลย
*Margin of Victory (MOV) คือส่วนต่างคะแนนระหว่างผู้ชนะกับผู้ได้อันดับ 2 โดย MOV ต่ำหมายถึงการแข่งขันสูสี ส่วน MOV สูงหมายถึงชัยชนะที่ขาดลอย
บทบาทในสภา

หน้าที่ของ ส.ก. ตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. ระเบียบราชการ กทม. ประกอบด้วยการตรวจสอบและติดตามการทำงานของฝ่ายบริหาร ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะกับฝ่ายบริหาร เสนอและพิจารณาร่างข้อบัญญัติ และพิจารณางบประมาณ ซึ่งหน้าที่เหล่านี้ถูกดำเนินการผ่านกลไกต่างๆ ในสภา ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ถาม เสนอญัตติ ตั้งคณะกรรมการศึกษา และเสนอข้อบัญญัติ การพิจารณาจำนวนการใช้กลไกต่างๆ เหล่านี้จึงอาจช่วยให้เห็นได้ในระดับหนึ่งว่า ส.ก. มีความตื่นตัวในทำงานมากน้อยแค่ไหน แต่อาจไม่สะท้อนคุณภาพหรือผลกระทบของแต่ละการดำเนินการได้ทั้งหมด
จำนวนการใช้กลไกสภา สัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งหรือไม่

จากอดีต ส.ก. ที่ลงสมัครซ้ำ 44 คน มีเพียง 4 คน ที่ไม่เคยใช้กลไกสภาอย่างการตั้งกระทู้ถาม เสนอญัตติ และเสนอร่างข้อบัญญัติเลยตลอด 4 ปี
เมื่อพิจารณาจำนวนการใช้กลไกสภา 3 ประเภทรวมกัน* (ตั้งกระทู้ถาม เสนอญัตติ และเสนอร่างข้อบัญญัติ) พบว่า ส.ก. ครองแชมป์ใช้กลไกสภาน้อยกว่า ส.ก. ที่เสียแชมป์ โดยมีค่ากลางของจำนวนการใช้ทั้งหมด 3 รายการ ในขณะที่ ส.ก. ที่เสียแชมป์ มีค่ากลางอยู่ที่ 5.5 รายการ
*หมายเหตุ: ไม่ได้นำจำนวนตำแหน่งในคณะกรรมาธิการมาประกอบการพิจารณา เนื่องจากเป็นงานที่ ส.ก. ทุกคนถูกจัดสรรให้ต้องทำอยู่แล้ว
จำนวนการใช้กลไกสภา สัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งหรือไม่

การนำสัดส่วนคะแนนที่เปลี่ยนแปลงมาพิจารณาร่วมกับจำนวนการใช้กลไกสภา ยิ่งทำให้เห็นว่า การใช้กลไกสภาบ่อยกว่าไม่ได้สัมพันธ์กับคะแนนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างเป็นระบบ กล่าวคือ ผู้สมัครที่ใช้กลไกสภาในจำนวนใกล้เคียงกัน อาจมีคะแนนเพิ่มหรือลดแตกต่างกันมาก เช่น ผู้ที่ไม่เคยใช้กลไกสภาเลย มีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2% ถึง 21% ขณะที่ผู้สมัครที่มีสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกัน (ราว 0–2%) กลับมีจำนวนการใช้กลไกสภาแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ 0 ถึง 52 ครั้ง
ข้อค้นพบนี้ชวนให้ตั้งคำถามต่อว่า หากบทบาทในสภาไม่ได้สะท้อนออกมาเป็นคะแนนนิยมอย่างตรงไปตรงมา ส.ก. จะมีแรงจูงใจมากน้อยเพียงใดในการทำหน้าที่ในสภา เมื่อเทียบกับบทบาทนอกสภา เช่น การลงพื้นที่หรือการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ทั้งสองบทบาทล้วนมีความสำคัญ แต่ตอบโจทย์ต่างกัน บทบาทนอกสภาอาจช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชนได้รวดเร็วกว่า ขณะที่บทบาทในสภามุ่งขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเชิงระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอข้อบัญญัติ การตรวจสอบฝ่ายบริหาร หรือการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบในวงกว้างและยั่งยืนกว่า จึงเป็นคำถามสำคัญว่า จะออกแบบแรงจูงใจและระบบติดตามการทำงานอย่างไร เพื่อให้ ส.ก. ให้ความสำคัญกับทั้งบทบาทในสภาและนอกสภาได้อย่างสมดุล
ที่มาและข้อจำกัดข้อมูล:
- ผลเลือกตั้ง ส.ก. ปี 2565 (นับ 95%) โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร (23 พ.ค. 65) จากเว็บไซต์ https://bkkelection2022.wevis.info (ดึงข้อมูล ณ วันที่ 28 มิ.ย. 69)
- ผลเลือกตั้ง ส.ก. ปี 2569 (นับ 93-95%) จากเว็บไซต์ https://bangkokvote69.bangkok.go.th/ (ดึงข้อมูล ณ วันที่ 28 มิ.ย. 69)
- ผลเลือกตั้ง ส.ก. ย้อนหลัง ปี 2541–2557 จากเว็บไซต์สภากรุงเทพมหานคร (https://bmc.go.th) และ สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร (http://office2.bangkok.go.th/ard/?page_id=3325) รวบรวมและตรวจสอบโดย Wevis และเก็บไว้ในรูปแบบตารางที่ link.wevis.info/bmc2541-2557
- งานในสภาของ ส.ก. จากเว็บไซต์สภากรุงเทพมหานคร (https://bmc.go.th) ประกอบกับการขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานเลขานุการสภา กทม. รวบรวมและตรวจสอบโดย Wevis และเก็บไว้ในรูปแบบตารางที่ link.wevis.info/bmcdata หรือสำรวจผ่านเว็บไซต์ได้ที่ wevis.info/bmcdashboard/
