การเลือกตั้งพร้อมประชามติในปี 2569 ที่ผ่านมานี้ เป็นอีกครั้งที่ กกต. ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายเกี่ยวกับการจัดการการเลือกตั้ง ที่เผ็ดร้อนที่สุดหนีไม่พ้นเรื่อง บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เรื่องใหม่ชนิดที่ทั้งโลกไม่มีใครเคยเห็น และนำไปสู่ข้อกังขาในวงกว้างต่อการรักษาความลับของผู้ลงคะแนนเสียง (แต่จนถึงวันที่เผยแพร่บทความนี้ ประชาชนก็ยังไม่ได้ข้อแถลงไขที่ชัดเจนจาก กกต. แต่อย่างใด)
😱 แต่ไม่ใช่แค่ ‘เรื่องใหม่’ ที่ทำให้ กกต. ตกเป็นเป้าวิจารณ์ เพราะ ‘เรื่องเก่า’ หรือความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า ดันเกิดซ้ำรอยในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ด้วย เช่น
- ระบบลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้าหรือนอกเขตล่มในวันสุดท้ายก่อนปิดลงทะเบียน (2566) (2569)
- เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งกรอกรหัสเขตผิด และไม่แก้ไขตามที่ทักท้วง (2566) (2569)
- กรณีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทำบัตรเลือกตั้งฉีกขาดขณะฉีกออกจากเล่ม (2566) (2569)
เรื่องของเรื่องคือ กกต. ได้ “ถอดบทเรียน” จากการเลือกตั้งปี 2566 ไว้แล้วด้วยซ้ำไป โดยระบุไว้ใน รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ที่เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ทางการของ กกต. หรือเท่ากับว่า นี่คือสิ่งที่เราสามารถคาดหวังให้ กกต. ปรับปรุง และได้เห็นผลลัพธ์ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่ผ่านมานี้
แต่ในเมื่อความผิดพลาดเดิม ๆ ยังคงเกิดขึ้น คำถามคือที่ผ่านมา กกต. ง่วนทำอะไร ช่วงเวลาที่พวกเขาควรจะ ’เตรียมพร้อม’ จัดการเลือกตั้ง ? 👀
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจว่า กกต. “ถอดบทเรียน” จากการเลือกตั้งปี 2566 ไว้อย่างไร แล้วในช่วงปีระหว่างกลางที่ไม่มีการเลือกตั้ง กกต. ทำอะไร ? และทำอย่างที่ “ถอดบทเรียน” ไว้หรือไม่ ?
🔎 กกต. เรียนรู้อะไรจากการเลือกตั้งปี 2566
จาก รายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. ประจำปี 2566 ในส่วน “ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ” หน้า 51-53 กกต. ได้ไล่เรียงการถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งปี 2566 มาทั้งสิ้น 5 หัวข้อ ได้แก่

ทั้งนี้ การถอดบทเรียนต้องไม่ใช่การสะท้อนปัญหาเพียงเพื่อ ‘รับรู้ไว้’ แต่ต้องเป็นการ ‘รับทราบ’ และ ‘เตรียมตัว’ อย่างต่อเนื่องก่อนวันเลือกตั้งจริงจะมาถึง เช่น การพัฒนาบุคลากร การแก้ไขกฎระเบียบ การวางมาตรฐานการปฏิบัติงาน
เพื่อที่เมื่อถึงคราวต้องจัดการเลือกตั้งอีกครั้ง (ซึ่งไม่การันตีว่าจะต้องเกิดขึ้นทุก 4 ปีตามวงรอบปกติ) กกต. จะมีความพร้อมทั้งในเชิงบุคลากร กลยุทธ์ งบประมาณ การรับมือปัญหาเฉพาะหน้า และไม่พลาดเรื่องเดิมซ้ำสอง
แล้วจากบรรดาหัวข้อการถอดบทเรียนที่ กกต. ‘รับทราบ’ นั้น พวกเขาได้ลงมือ ‘เตรียมตัว’ ผ่านการทำโครงการ กิจกรรม หรือการแก้ไขระเบียบอะไรบ้าง ก่อนถึงการเลือกตั้ง 2569 ?
เพื่อตอบคำถามดังกล่าว WeVis จึงนำข้อมูล ‘งานของ กกต.’ จากแหล่งที่มาต่อไปนี้ มาจัดให้อยู่ในรูปแบบ ชีท Excel ;
- ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ และ ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญตามแผนยุทธศาสตร์ กกต. ตามที่ระบุใน รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี โดยใช้ข้อมูลล่าสุดเท่าที่เปิดเผยในเว็บไซต์ทางการ ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ ได้แก่ รายงานประจำปี 2566 และ 2567 และ แผนและความก้าวหน้าในการดำเนินงานและการใช้งบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2568 สำหรับประเมินผลงานจากการถอดบทเรียนหัวข้อที่ 1, 2, 3 และ 4
- เนื้อหาฉบับล่าสุดของ ระเบียบ กกต. และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. สำหรับประเมินผลงานจากการถอดบทเรียนหัวข้อที่ 5
จากนั้น พิจารณาว่าแต่ละรายการ นำไปสู่ผลลัพธ์หรือมีเนื้อหาการดำเนินงานที่ตรงกับรายละเอียดการถอดบทเรียนหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร
เอาล่ะ มาสำรวจการเตรียมพร้อมของ กกต. ในแต่ละหัวข้อการถอดบทเรียนกันเลย !
📖 บทเรียนที่ 1: พัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า
หนึ่งในเสียงวิพากษ์วิจารณ์สำคัญจากการจัดการเลือกตั้งปี 2566 คือ การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องการลงทะเบียน ที่ กกต. ขาดการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้สิทธิ ‘ทยอย’ ไปลงทะเบียน ผลลัพธ์หน้างานคือ เว็บไซต์ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าล่มในวันสุดท้ายก่อนปิดลงทะเบียน โดยที่ กกต. ก็ ไม่ได้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้นแต่อย่างใด (อ่านเพิ่มเติมที่ https://wevis.info/electionwrapped/)
⛳ ในการถอดบทเรียนข้อแรกนี้ จึงมีการเสนอให้ เพิ่มระยะเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า และ เพิ่มจำนวนวันเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นมากกว่า 1 วัน

ถึงอย่างนั้น เมื่อสำรวจในรายการผลงาน เรากลับไม่พบโครงการ กิจกรรม หรือการออกระเบียบ ที่กล่าวถึงการขับเคลื่อนหรือแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าเลยแม้แต่รายการเดียว
พบเพียง โครงการสัมมนาสร้างองค์ความรู้และความร่วมมือกับองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ เพื่อพัฒนาการจัดการเลือกตั้ง ในปี 2568 ซึ่งไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ชัดเจนว่า เนื้อหาของการสัมมนาและถ้อยแถลงนั้น เป็นอย่างไร
ถามว่าผลลัพธ์หน้างานเป็นอย่างไร ?

💥 เราพบว่าปี 2566 กกต. เปิดให้มีการลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 9 เมษายน นับเป็น 16 วัน ในขณะที่ปี 2569 เปิดระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม – 5 มกราคม นับเป็น 17 วัน หรือเท่ากับว่า จำนวนวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากเดิมเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น !
แท้จริงแล้วสำหรับปี 2569 กกต. สามารถขยายวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงประชามตินอกเขตได้อีก 3 วัน คือการปิดลงทะเบียนในวันที่ 8 มกราคม ซึ่งยังคงอยู่ในกรอบเวลาของการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนน 25 วันก่อนวันเลือกตั้ง (13 มกราคม 2569)
แต่ กกต. กลับอ้างเรื่อง “ระยะเวลาจำกัด” “การกระทบกับส่วนงานอื่น” และ “แค่เจียดเวลามา 3 นาทีก็สามารถทำได้” ที่ทำให้ขยายเวลาลงทะเบียนไม่ได้ ซึ่งน่าตั้งคำถามว่า หาก เวลา คือข้อจำกัด ทำไม กกต. จึงไม่ลงมือแก้กฎระเบียบเพื่อขยายกรอบเวลาการประกาศรายชื่อแต่เนิ่น ๆ ในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากการเลือกตั้งนี้
💥 ส่วนการเพิ่มวันเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นมากกว่า 1 วัน หนึ่งทางเลือกที่เข้าเค้าคือ การเลือกตั้งล่วงหน้าทางไปรษณีย์ ในลักษณะเดียวกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม ใน พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ไม่ได้ระบุว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าในราชอาณาจักรสามารถใช้การส่งไปรษณีย์ได้ จึงต้องอาศัยแก้กฎหมายเพื่อปลดล็อกทางเลือกนี้ รวมถึงการเตรียมการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ไปรษณีย์ไทย
แต่ในรายการข้อมูล เราก็ไม่พบโครงการหรือการแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งทางไปรษณีย์แต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะในปี 2569 การเลือกตั้งได้พ่วงกับการออกเสียงประชามติ ทำให้ยิ่งต้องอาศัยการเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกกับประชาชนยิ่งกว่าเก่า ในขณะเดียวกันก็มี ข้อเสนอจาก กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ให้ กกต. จัดการ การออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนสามารถออกเสียงประชามติล่วงหน้าได้
แต่ในเมื่อ กกต. ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ไว้ ผลคือนอกจากเราจะได้เลือกตั้งล่วงหน้าแค่หนึ่งวันตามเดิมแล้ว ยังไม่สามารถออกเสียงประชามติล่วงหน้าในวันเลือกตั้งล่วงหน้าได้อีกด้วย
น่าตั้งคำถามว่า แล้วการสัมมนาและการสร้างถ้อยแถลงที่ กกต. ได้ดำเนินการไปนั้น ได้กล่าวถึง การเพิ่มทางเลือกการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ตามที่ได้ถอดบทเรียนไว้บ้างหรือไม่ …
📖 บทเรียนที่ 2: ปรับปรุงการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ทันสมัย ทั่วถึง ครอบคลุม
ในปี 2566 We Watch ตั้งข้อสังเกตว่า กกต. ไม่ได้ประชาสัมพันธ์เชิงรุกเท่าที่ควร เช่น ไม่มีระบบแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบถึงวันเลือกตั้ง ไม่มีการจัดสรรเจ้าหน้าที่ไปบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการเลือกตั้งกับประชาชนโดยตรงอย่างเพียงพอ เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติมที่ https://wevis.info/electionwrapped/)
⛳ การถอดบทเรียนเพื่อปรับปรุงการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงเป็นไปใน 3 ประเด็นย่อยสำคัญ ดังนี้
- ประเด็นย่อยที่ 1 ประชาสัมพันธ์การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์
- ประเด็นย่อยที่ 2 สร้างความเข้าใจเรื่องบัตรเลือกตั้ง
- ประเด็นย่อยที่ 3 ประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
ประเด็นย่อยที่ 1 การประชาสัมพันธ์การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์
ในรายการชุดข้อมูล เราพบโครงการจำนวนหนึ่งที่เป็นการประชาสัมพันธ์การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ และมีเนื้อหาดังนี้

ประเด็นย่อยที่ 2 สร้างความเข้าใจเรื่องบัตรเลือกตั้ง

เราไม่พบโครงการที่กล่าวถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง การกาบัตรเลือกตั้งที่ถูกต้อง และความแตกต่างระหว่างบัตรแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ภายในรายการข้อมูลเลย โดยโครงการหรือกิจกรรมที่เป็นการสื่อสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะเล่า 3 ประเด็นหลัก ๆ ได้แก่
- การประชาสัมพันธ์ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามที่กล่าวไปในประเด็นย่อยที่ 1
- การประชาสัมพันธ์ผลงานของ กกต. เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร
- สื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยและการเป็นพลเมืองที่ดี เช่น
- หลักสูตรพลเมืองคุณภาพ สำหรับใช้อบรมเครือข่ายประชาชน เช่น ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย สภาเด็กและเยาวชน ครูฝึกนักศึกษาวิชาทหาร
- แอปพลิเคชั่นหลักสูตร Civic Education สำหรับ 4 ช่วงวัย
- การให้บริการศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย ห้องสมุดและนิทรรศการประชาธิปไตย
อาจเรียกได้ว่า เรายังไม่พบการเตรียมเนื้อหาบัตรเลือกตั้ง ‘แต่เนิ่น ๆ’
ถึงอย่างนั้น ใน ‘หน้างาน’ กกต. ก็ได้เผยแพร่ Infographic ที่อธิบายหน้าตาของบัตรเลือกตั้งและประชามติ รวมถึง วิธีการกาที่ถูกต้อง ในวันที่ 26 และ 30 ธันวาคม 2568 ตามลำดับ
💥 แต่สุดท้าย ก็มีการพบข้อผิดพลาดในการสื่อสารเรื่องบัตรเลือกตั้งในเอกสาร ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ กกต. พิมพ์ภาพตัวอย่างบัตรประชามติเป็นสีฟ้า ในขณะที่บัตรจริงเป็นสีเหลือง บวกกับข้อความบนบัตรตัวอย่างไม่ได้ระบุว่าต้องใช้เครื่องหมาย กากบาท เพื่อออกเสียง
น่าคิดว่า ในเมื่อ กกต. ตั้งมั่นไว้แต่แรกว่าจะสื่อสารเกี่ยวกับบัตรลงคะแนนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำไมถึงเกิดความผิดพลาด ‘หน้างาน’ เช่นนี้ขึ้นอีกได้
ประเด็นย่อยที่ 3 ประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
เราไม่พบโครงการที่เป็นการประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งแบาะแสทุจริตการเลือกตั้งโดยตรง พบเพียง การออกระเบียบเกี่ยวกับการให้รางวัลแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสการทุจริต
โดยสรุปคือ ผลการปฏิบัติงานตามรายงานสะท้อนว่า กกต. เน้นการจัดประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง (รวมถึงผลงานขององค์กร และองค์ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบอบการปกครอง) ตามสื่อประเภทต่าง ๆ มากกว่าการเตรียมการสื่อสารเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องบัตรเลือกตั้ง ตามที่กล่าวถึงในการถอดบทเรียน

💥 นอกจากนี้ เราตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในรายงาน ไม่ปรากฏโครงการเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ (เช่น การเปิดเผยข้อมูลแบบ Machine-readable) ให้กับประชาชนในช่วงการเลือกตั้งเลย โดยพบเพียง “โครงการสแกนเอกสารและบันทึกเข้าสู่ระบบการจัดเก็บและค้นหาเอกสาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบประมาณ 3,000,000 บาท” (รายงานปี 2567 หน้า 80) ของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งเป็นพัฒนาระบบเอกสารภายใน ไม่ใช่เอกสารสำหรับเปิดเผยให้กับประชาชน
จากการสำรวจของ WeVis ในเดือนมีนาคม 2569 ข้อมูลที่ กกต. เปิดเผยให้กับประชาชน ส่วนมากยังคงเปิดเผยในรูปแบบไฟล์ PDF และมีหลายชุดข้อมูลเปิดเผยช้ากว่าเวลาที่เหมาะสมสำหรับให้ประชาชนและภาคประชาสังคมใช้งานและตรวจสอบ (อ่านเพิ่มเติมที่ https://wevis.info/electiondatachecklist/)
และสำหรับประเด็นการกระจายข้อมูลช่องทางการแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง นอกจากจะขาดโครงการที่ประชาสัมพันธ์ถึงช่องทางดังกล่าวแล้ว เมื่อสำรวจในเว็บไซต์ กกต. เรายังไม่พบการเปิดเผยข้อมูลข้อร้องเรียน และรายงานคืบหน้าแบบที่เปิดเป็นสาธารณะอีกด้วย
จึงเป็นที่น่าเสียดายที่ กกต. ขาดการเตรียมการเปิดเผยข้อมูลแต่เนิ่น ๆ เพราะนอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ การเปิดเผยข้อมูลสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเพื่อสร้างความรู้เข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง พร้อมกันกับเพิ่มความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของ กกต. ได้ด้วยเช่นกัน
📖 บทเรียนที่ 3: จัดสรรงบประมาณและใช้จ่ายอย่างเหมาะสม และจัดลำดับความสำคัญ
⛳ บทเรียนข้อนี้เน้นไปที่การปรับกลยุทธ์ภายในของ กกต. เกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณ โดยประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อยสำคัญ ได้แก่
- ประเด็นย่อยที่ 1 เปิดให้หน่วยงานต่างๆ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถสนับสนุนการเลือกตั้งได้ในด้านงบประมาณและการใช้ทรัพยากร
- ประเด็นย่อยที่ 2 จัดทำแผนงบฯ และแผนปฏิบัติงานแต่เนิ่น ๆ
- ประเด็นย่อยที่ 3 จัดซื้ออุปกรณ์เพื่อการใช้อย่างยั่งยืน สร้างประสิทธิภาพสูงสุด ใช้ในการเลือกตั้งได้หลายครั้ง
จากแหล่งข้อมูล เราไม่พบโครงการที่กล่าวถึงการแก้ไขระเบียบ กกต. เกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณ หรือร่นระยะเวลาในการจัดทำแผนงบฯ และแผนงานฯ โดยตรง

อย่างไรก็ตาม ในประเด็น “การจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อการใช้อย่างยั่งยืน” อาจประเมินได้จาก อุปกรณ์ ที่เราเห็นหน้างานในการเลือกตั้ง 2569 ที่ผ่านมานี้ มาดูกันดีกว่าว่า กกต. จัดซื้ออุปกรณ์ที่ “สร้างประสิทธิภาพสูงสุด ใช้ในการเลือกตั้งได้หลายครั้ง” ได้อย่างที่ถอดบทเรียนไว้หรือไม่

หากพูดถึงอุปกรณ์ที่สามารถ “ใช้ซ้ำได้” ไม่ว่าจะเลือกตั้งครั้งไหน อุปกรณ์นั้นคือ คูหาเลือกตั้ง และ หีบใส่บัตรเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ กกต. ได้ใช้งบประมาณ 51,301,129 บาทเพื่อจัดซื้อคูหาเลือกตั้งพลาสติก และอีก 35,575,250 บาท สำหรับจัดซื้อหีบกระดาษ ตามที่ระบุไว้ใน เอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง
💥 คูหาพลาสติกและหีบกระดาษ ถูกใช้ในการเลือกตั้งปี 2566 รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 2568 จึงตั้งข้อสังเกตได้ว่า การที่ กกต. จัดซื้อคูหาและหีบใหม่สำหรับการเลือกตั้ง 2569 เท่ากับว่า กกต. ไม่ได้ใช้อุปกรณ์จากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าหรือไม่ ? ซึ่งก็ขัดกับเป้าหมายการ “จัดซื้ออุปกรณ์เพื่อการใช้อย่างยั่งยืน” อย่างที่ถอดบทเรียนไว้เต็ม ๆ
หนึ่งเหตุผลอาจเป็นเรื่องความทนทาน แต่ก็ย้อนถามได้อีกว่า ทำไม กกต. จึงไม่เตรียมการจัดซื้อคูหาและหีบที่ผลิตจากวัสดุที่ทนทาน เช่น คูหาพลาสติกที่หนาเพียงพอ หรือหีบ (แบบมีช่องใส) ที่ทำจากเหล็กแทน ?
💥 และในอีกมุมหนึ่ง พลาสติกหรือกระดาษเป็นวัสดุที่พิมพ์ซ้ำได้ง่าย ซึ่งในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ สื่อมวลชนได้พบว่ามีการวางขายคูหาและหีบ (รวมถึงอุปกรณ์จัดหน่วยเลือกตั้งอื่น ๆ เช่น เทปกั้น ที่รัดกล่อง) ใน แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ชื่อดัง ดังนั้นนอกจากเรื่องความไม่ยั่งยืนแล้ว การใช้คูหาพลาสติกและหีบกระดาษ ยังนำมาซึ่งความกังวลเรื่องการปลอมแปลงอุปกรณ์อีกด้วย
ผลลัพธ์หน้างานที่เราเห็นจึงสะท้อนว่า กกต. อาจจะยังไม่ได้ “ปรับกลยุทธ์” ในการจัดซื้ออุปกรณ์อย่างที่ควร
📖 บทเรียนที่ 4: ส่งเสริมศักยภาพของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ในปี 2566 กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. เป็นหนึ่งตัวละครที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในความเชี่ยวชาญ ไปจนถึงตั้งคำถามต่อมาตรฐานการทำงาน จากข้อผิดพลาด เช่น การทำบัตรเลือกตั้งขาดขณะฉีกออกจากเล่ม (และไม่เปลี่ยนใบใหม่ให้) การวินิจฉัยบัตรเสียที่น่ากังขา และการเขียนหมายเลขเขตเลือกตั้งบนซองใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าผิด (อ่านเพิ่มเติมที่ https://wevis.info/electionwrapped/)
⛳ การถอดบทเรียนเกี่ยวกับ กปน. จึงเน้นไปที่การพัฒนาความเชี่ยวชาญ และการสร้างมาตรฐานการทำงาน ดังนี้
- ประเด็นย่อยที่ 1 พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่ กปน.
- ประเด็นย่อยที่ 2 จัดทำคู่มือและคลิปวิดีโออธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงาน กปน.
ประเด็นย่อยที่ 1 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่ กปน.
เราพบ 2 โครงการที่เป็นการพัฒนาศักยภาพของ กรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย หรือ ศส.ปชต. ซึ่งเป็นเครือข่ายประชาชนระดับภูมิภาคที่จัดตั้งโดย กกต. เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ กปน. ต่อไปในอนาคต โดยโครงการเป็นไปในลักษณะการจัดอบรมและการพัฒนาหลักสูตรการอบรม ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

ประเด็นย่อยที่ 2 จัดทำคู่มือและคลิปวิดีโออธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงาน กปน.
เท่าที่ระบุไว้ในรายการผลงาน เราไม่พบโครงการที่เป็นการจัดทำคู่มือที่ระบุโดยตรงว่าใช้สำหรับ กปน. หรือคลิปวิดีโออธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงาน กปน. โดยพบเพียงการจัดทำคู่มือสำหรับการอบรมกรรมการใน ศส.ปชต. และการอบรม ‘หลักสูตรพลเมืองคุณภาพ’ แก่เครือข่ายพลเมือง ดังนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อสืบค้นในเว็บไซต์ของ กกต. เราพบการเผยแพร่ คู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ในรูปแบบไฟล์ PDF ซึ่งระบุวันที่เผยแพร่ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 – มกราคม 2569
ส่วนคลิปวิดีโอสาธิตการปฏิบัติงาน เราพบว่ถูกเผยแพร่ทาง Facebook สำนักงานพัฒนาการเมือง และ ช่อง Youtube ของ กกต. ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569
💥 โดยในรายละเอียด เราพบว่า คลิปวิดีโอมีการพูดถึง “การใช้ไม้บรรทัดฉีกบัตรเลือกตั้งออกจากต้นขั้ว” “การระมัดระวังไม่ให้ฉีกบัตรซ้อน หรือฉีกโดนต้นขั้ว” ถึงอย่างนั้น กรณีการฉีกบัตรขาดก็ยังเกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569 จึงยังคงต้องตั้งคำถามถึงความรัดกุมในการอบรมเจ้าหน้าที่ กปน.

💥 อีกข้อสังเกตหนึ่งคือ คลิปวิดีโอสาธิตแบบที่ใช้บุคคลจริง มีเพียงการสาธิตสำหรับการเลือกตั้งทั่วไป และการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ในขณะที่การเลือกตั้งล่วงหน้าในราชอาณาจักร พบเพียงคลิปแอนิเมชั่นอธิบายกระบวนการทำงานของ กปน. เท่านั้น เป็นอีกจุดที่สามารถตั้งคำถามได้ถึงความชัดเจนในการอบรมเจ้าหน้าที่สำหรับปฏิบัติงานในวันเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งมีขั้นตอนการทำงานต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป
💥 นอกจากนี้ เราพบว่าในเนื้อหา ไม่มีการอ้างอิงถึงการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย จากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า โดยภายในคู่มือปฏิบัติงาน ระบุเพียงแนวทางการวินิจฉัยบัตรดีเบื้องต้น เช่น ”เครื่องหมายกากบาทอยู่ในช่องทำเครื่องหมาย” และภาพจำลองของบัตรเสีย ในขณะที่ในคลิปสาธิต ไม่มีการกล่าวถึงการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสียเลย
ในภาพรวม ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ กกต. มีการอบรมสร้างความเชี่ยวชาญกับเครือข่ายไว้แต่เนิ่น ๆ แต่คงจะดียิ่งกว่า หาก กกต. ได้เตรียมการจัดทำการสาธิตวิธีการทำงานของ กปน. ที่ครอบคลุมการเลือกตั้งทุกรูปแบบ รวมถึงสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนมากขึ้นในการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสียร่วมด้วย
📖 บทเรียนที่ 5: แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรค
บทเรียนข้อสุดท้ายคือการแก้ในระดับ ‘ข้อบังคับที่เป็นลายลักษณ์อักษร’ นั่นคือ การเสนอแก้ไขระเบียบ กกต. และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ในบางมาตรา เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากขึ้น
⛳ ในการถอดบทเรียนครั้งนี้ กกต. เสนอการแก้ไขทั้งสิ้น 8 ประเด็น ได้แก่
- การแบ่งเขตเลือกตั้ง
- บัตรเลือกตั้ง
- การนำบัตรใส่ซองจดหมายในการเลือกตั้งล่วงหน้า
- ระยะเวลาเปิด-ปิดหีบ
- การลดภาระพรรคการเมืองเรื่องค่าใช้จ่ายในการส่งผู้สังเกตการณ์
- การประท้วงการนับคะแนนระหว่างขานบัตร
- การรับรอง สส. อย่างเป็นทางการ
- ขยายจำนวนวันเลือกตั้งล่วงหน้า
💥 เราพบการแก้ไขในข้อหรือมาตราตามที่ระบุไว้สำหรับหัวข้อ การแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง และการนำบัตรใส่ซองจดหมายในการเลือกตั้งล่วงหน้า ถึงอย่างนั้นเมื่อดูในรายละเอียด กลับไม่ใช่การแก้ไขในจุดที่ตรงกับการถอดบทเรียนแต่อย่างใด


และเมื่อตรวจสอบกับโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในรายงาน ก็ไม่พบรายการใดที่กล่าวถึงหรือขับเคลื่อนการแก้ไขระเบียบหรือกฎหมายข้างต้น หรือประเด็นข้างต้นนี้เช่นกัน
💥 ส่วนหัวข้อที่เหลือ ได้แก่ ระยะเวลาเปิด-ปิดหีบ การลดภาระพรรคการเมืองเรื่องค่าใช้จ่ายในการส่งผู้สังเกตการณ์ การประท้วงการนับคะแนนระหว่างขานบัตร การรับรอง สส. อย่างเป็นทางการ และขยายจำนวนวันเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่พบการแก้ไขในข้อหรือมาตราตามที่ระบุไว้
| หัวข้อ | ระเบียบ/กฎหมายที่ต้องการแก้ไข | รายละเอียดที่ต้องการแก้ไข |
| ระยะเวลาเปิด-ปิดหีบ | พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 86 | ลดเวลาเปิด-ปิดหีบ เป็น 08.00-16.00 น. ควบคู่กับการจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้ามากกว่า 1 วัน |
| ลดภาระพรรคการเมืองเรื่องค่าใช้จ่ายในการส่งผู้สังเกตการณ์ | พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 65 | ยกเลิกข้อกำหนดให้ค่าตอบแทนผู้สังเกตการณ์ไปร่วมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมือง |
| การประท้วงการนับคะแนนระหว่างขานบัตร | พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 140 | ประท้วงการนับคะแนนได้ภายใน 3 วันหลังนับคะแนน |
| การรับรอง สส. อย่างเป็นทางการ | ไม่ระบุ | รับรอง สส. อย่างเป็นทางการให้แล้วเสร็จก่อน 60 วันตามที่กฎหมายกำหนด |
| ขยายจำนวนวันเลือกตั้งล่วงหน้า | ไม่ระบุ | เพิ่มจำนวนวันเลือกตั้งล่วงหน้า และเสนอให้ใช้ที่ทำการไปรษณีย์เป็นสถานที่จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า |
แม้ในปี 2569 นี้ กกต. จะรับรองผลการเลือกตั้งได้ใน 26 วันจากวันเลือกตั้ง แต่ผลลัพธ์หน้างานที่เหลือ (เท่าที่เราในฐานะประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงจะเห็น) นั่นคือ คูหาที่ปิดเวลา 17:00 น. การประท้วงการนับคะแนน ณ เวลาที่นับคะแนน และการเลือกตั้งล่วงหน้าได้เพียงแค่ 1 วัน … ก็ไม่ต่างอะไรไปจากการเลือกตั้งปี 2566 เลย
มากกว่าการถอดบทเรียน คือการลงมือแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
กล่าวโดยสรุป จาก “ผลงาน” ของ กกต. ในปีที่ว่างเว้นจากการเลือกตั้งนั้น อาจเรียกได้ว่า ไม่ใช่การเตรียมการที่เป็นไปตามการถอดบทเรียนอย่างที่ควร
- ☹️ ไม่พบการแก้ไขระเบียบเพื่อขยายเวลาลงทะเบียน และเพิ่มวันเลือกตั้งล่วงหน้า
- ☹️ พบการประชาสัมพันธ์ให้ออกมาใช้สิทธิในสื่อต่าง ๆ และการออกระเบียบเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง แต่ไม่พบเนื้อหาที่เจาะจงที่เรื่องการทำความเข้าใจบัตรเลือกตั้ง อีกทั้งในภาพรวม ไม่พบโครงการเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลให้กับประชาชนในช่วงเลือกตั้ง
- ☹️ พบการจัดซื้อคูหาและหีบใส่บัตรเลือกตั้งใหม่ ซึ่งผลิตจากวัสดุที่ไม่ทนทานและง่ายต่อการปลอมแปลง ทำให้กังขาต่อการ “ใช้อย่างยั่งยืน สร้างประสิทธิภาพสูงสุด ใช้ในการเลือกตั้งได้หลายครั้ง”
- ☹️ พบการอบรมการปฏิบัติหน้าที่ กปน. แก่เครือข่ายประชาชน การจัดทำคู่มือ และคลิปวิดีโอสาธิต แต่ไม่ครอบคลุมการเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่มีการอ้างอิงการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย จากประสบการณ์จริงในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า
- ☹️ พบการแก้ไขระเบียบและกฎหมายในประเด็นการแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง และการนำบัตรใส่ซองจดหมายในการเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ไม่ใช่การแก้ไขในรายละเอียดที่ตรงกับการถอดบทเรียน
เราขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า การจัดการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพ ต้องไม่ใช่การถอดบทเรียนเปล่า ๆ แต่ต้องมาพร้อมกับการลงมือเตรียมการอย่างรอบด้าน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งถัด ๆ ไปอยู่เสมอ
นี่คือมาตรฐานการทำงานของ กกต. ที่ประชาชนไม่ควรต้องร้องขอ เพื่อให้ไม่เกิดข้อผิดพลาดซ้ำรอย หรือเกิดข้อผิดพลาดใหม่ให้ต้องกังขาไปกว่าเดิม
แหล่งที่มา
- รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
- รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
- แผนปฏิบัติงานโครงการตามแผนยุทธศาสตร์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (แผนทั่วไป) พ.ศ. 2568
- แผนปฏิบัติงานโครงการตามแผนยุทธศาสตร์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (แผนยุทธศาสตร์) พ.ศ. 2568
- พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566
- ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
- ข้อผิดพลาดและข้อกังขาจากการจัดการเลือกตั้งปี 2566 อ้างอิงจากบทความ Election Wrapped: ย้อนความหลัง ปัญหาเลือกตั้ง 66 (ได้รับอนุเคราะห์ข้อมูลและคำแนะนำจาก We Watch)
สำรวจเพิ่มเติม
โครงการและกิจกรรมของ กกต. ตามที่ระบุไว้ในรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2566-2567 แผนการปฏิบัติงานปี 2568 และการแก้ไขระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบ Datasheet จัดทำโดย WeVis 👉 https://link.wevis.info/ectprojects
